วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เพิ่มเติม Twitter ไว้หน้าแรกของบล็อก (๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๓)

ตอนนี้ผมได้เพิ่มเติม Twitter ( http://twitter.com/supote_matcha ) ไว้ในบล็อกของผมทางด้านขวาอีกส่วนหนึ่งสำหรับท่านที่ต้องการทราบข่าวคราวความเคลื่อนไหวหรือเรื่องราวต่างๆ ที่ผมบันทึกไว้ในนั้น ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณคุณนิพนธ์ อภิวงค์ นิติกรสำนักงานเทศบาลตำบลเมืองพานด้วยนะครับที่แนะนำเรื่องนี้ให้

พูดถึงคุณนิพนธ์น้องชายของผมแล้วก็ขอแนะนำบล็อกและ Twitter ของน้องเขาหน่อย ท่านใดต้องการทราบข่าวความเคลื่อนไหวต่างๆ ทั้งของน้องชายคนนี้และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานที่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องกฎบัตรกฎหมายนั่นแหละ ติดตามได้ที่ Link ด้านล่างนี่เลยนะครับ เรื่องราวต่างๆ ล้วนน่าอ่าน น่าติดตามและมีประโยชน์มากสำหรับทุกท่านเลยทีเดียว

Twitter : http://twitter.com/niponapi
Blogspot : http://nitikon.blogspot.com/

ขอบคุณครับผม

วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ตั้งจุดตรวจที่หน่วยบริการประชาชนตำบลแม่เย็น (๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๓)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๘.๐๐ น.ผมพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยบริการประชาชนตำบลแม่เย็นซึ่งประกอบด้วย
๑. ด.ต.ทองเสริม เชื้อเมืองพาน
๒. จ.ส.ต.พันธ์ชาติ ตาสาย
๓. จ.ส.ต.ดนัย อุ่นต๊ะ
๔. จ.ส.ต.จำรัส นรรัตน์
ตั้งจุดตรวจที่หน่วยบริการประชาชนตำบลแม่เย็นตามแผนการปฏิบัติที่กำหนด โดยการตั้งจุดตรวจของเราทุกครั้งรวมทั้งครั้งนี้นั้นได้ปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนดไว้ทุกประการอาทิเช่น


๑. จุดตรวจเป็นเส้นตรง กว้างขวาง ไม่เกะกะกีดขวางการจราจร
๒. สามารถระบายยวดยานพาหนะได้หากมีการจราจรพลุกพล่านในบางขณะ
๓. มีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นหัวหน้าชุด
๔. จัดทำป้ายแสดงยศ ชื่อ ชื่อสกุลและหมายเลขโทรศัพท์ผู้เกี่ยวข้องไว้ให้พี่น้องประชาชนเห็นได้ชัดเจน
๕. ตั้งจุดตรวจตามแผนการปฏิบัติ ฯ

การตั้งจุดตรวจครั้งนี้ยวดยานพาหนะที่ผ่านไปมามีไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์โดยสารประจำทางและรถยนต์ของพี่น้องประชาชนใกล้เคียงที่ผ่านไปมาซึ่งพวกเรานอกจากจะตรวจค้นเป้าหมายที่ได้รับข้อมูลและที่น่าสงสัยตามปกติแล้วยังให้การบริการในส่วนที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

เสร็จสิ้นการตั้งจุดตรวจครั้งนี้เมื่อเวลาประมาณ ๒๐.๓๐ น. ขณะปฏิบัติหน้าที่ไม่พบการกระทำผิดกฎหมายใดๆ เกิดขึ้น ขอบคุณและขออภัยในความไม่สะดวกสำหรับพี่น้องทุกท่านด้วยนะครับ

<< ภาพประกอบ (๓๗ ภาพ) >>

ที่หน่วยบริการประชาชนตำบลแม่เย็นช่วงเย็น (๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๓)

เวลาประมาณ ๑๖.๕๐ น.ของวันนี้หลังจากประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจและอาบน้ำอาบท่าซึ่งใช้เวลาไม่นานเสร็จแล้วผมเดินทางไปที่หน่วยบริการประชาชนหรือตู้ยามตำบลแม่เย็นซึ่งผมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าชุดในการตั้งจุดตรวจที่หน่วยบริการฯแห่งนี้เป็นจุดหลักตามปกติเหมือนทุกวันที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยบริการฯ ณ เวลาที่ไปนั้นประกอบด้วย
๑. ด.ต.ทองเสริม เชื้อเมืองพาน
๒. จ.ส.ต.พันธ์ชาติ ตาสาย
๓. จ.ส.ต.ดนัย อุ่นต๊ะ
๔. จ.ส.ต.จำรัส นรรัตน์

ขณะไปถึงเป็นช่วงเวลาคอยเหตุซึ่งก็หมายถึงไม่ต้องปฏิบัติภารกิจตั้งจุดตรวจหรือออกตรวจแต่อย่างใดเพียงแต่หากมีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้นพวกเราจะต้องพร้อมปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีนั่นเอง ช่วงเวลานั้นเจ้าหน้าที่ของเรากำลังทำอาหารเย็นรับประทานกันพอดีจึงได้ใช้โอกาสนี้ร่วมแสดงฝีมือในการทำกับน้องๆ ด้วย อาหารก็เป็นแบบธรรมดาๆ ง่ายๆ ทานสบายๆ สไตล์ตำรวจตู้ยามนั่นแหละครับซึ่งวันนี้พวกเราทำลาบเมืองและต้มยำไก่ทานกัน

การทำอาหารเย็นที่หน่วยบริการฯนี้พวกเราทำกันเป็นปกติเ้พราะนอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายแล้วยังได้ใช้โอกาสหรือเวลาช่วงนี้พูดคุยสอบถามเรื่องราวต่างๆ รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นขณะปฏิบัติหน้าที่ด้วย ผมก็ใช้เวลานี้กับน้องๆ เขาด้วย การพบปะพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองแบบนี้ได้อะไรหลายอย่าง ที่สำคัญที่สุดก็คือความเป็นกันเองไม่มีการแบ่งว่าเป็นนายเป็นลูกน้อง ทุกคนเสมอกันหมด ได้ใจจากพวกน้องๆ พอสมควรแม้ว่าแทบจะทุกเย็นเราจะทำแบบนี้เป็น รปจ.(ระเบียบปฏิบัติประจำ) ก็ตาม แต่อะไรๆ หากทำซ้ำๆ แล้วสิ่งดีๆ มากมายจะตามมาโดยเราไม่รู้ตัว ทำอาหารกันไปพูดคุยกันไปมีอะไรที่บางเวลาเขาไม่บอกเราเขาก็จะบอกเราตอนนี้ก็ได้ ผมถือและปฏิบัติอย่างนี้เป็นประจำเพราะยุคสมัยนี้คิดว่าน่าจะหมดเวลาแล้วที่ผู้บังคับบัญชาอยู่ส่วนหนึ่งผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่อีกส่วนหนึ่ง ทุกคนจะต้องทำงานร่วมกัน ความสำเร็จของงานในภาพรวมมากกว่าร้อยละ ๙๐ (ในความเห็นของผมนะ) มาจากพวกน้องๆ หรือผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสิ้น หากตัวเราซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสามารถยืนอยู่ในใจเขาได้แล้วไม่ต้องกลัวหรือกังวลหรอกครับว่าผู้ใต้บังคับบัญชาจะตีตนเสมอ ไม่มีครับ ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนเขารู้ว่าหน้าที่หรือบทบาทของเขาคืออะไรและอยู่ในขอบเขตแค่ไหน เขารู้ ทีนี้เมื่อเขารู้แล้วเราซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาไม่รู้ก็ไม่น่าจะเป็นผู้บังคับบัญชาอีกต่อไ ผมคิดของผมแบบนี้ครับ

ขอบคุณน้องๆ ทุกคนที่ร่วมทำอาหารเย็นและอีกสักพักหนึ่งเราก็จะทานร่วมกันในวันนี้

<< ภาพประกอบ (๑๒ ภาพ) >>

ประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจรถจักรยานยนต์มอบหมายภารกิจก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ (๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๓)

เวลาประมาณ ๑๕.๕๐ น.ของวันนี้ผมได้ประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจรถจักรยานยนต์ผลัดที่จะปฏิบัติหน้าที่ระหว่างเวลา ๑๖.๐๐-๒๔.๐๐ น.เพื่อชี้แจงและมอบหมายภารกิจก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสายตรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่สายตรวจผลัดนี้ประกอบด้วย (ภาพจากซ้ายไปขวา)
๑. ด.ต.นิพนธ์ ฟูแสง
๒. ด.ต.เกรียงไกร ชัยปรีชา
๓. จ.ส.ต.วุฒิพงษ์ สัทธานนท์
๔. ด.ต.ณัฐพนธ์ แก้วศิริ



สำหรับแนวคิดและภารกิจที่แจ้งให้เจ้าหน้าที่สายตรวจผลัดทราบและถือปฏิบัตินั้นมีลักษณะเช่นเดียวกันกับการประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจผลัดเช้าของวันนี้ครับ

<< ภาพประกอบ (๕ ภาพ) >>

บุคคลสำคัญยิ่งของผม (๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๓)

สวัสดีครับ พ.ต.ท.สุพจน์ มัจฉา สวป.สภ.พาน ครับผม

วันนี้วันอังคารที่ ๒๙ มิืถุนายน ๒๕๕๓ ผมย้ายมาอยู่เมืองพานได้ ๕ ปี ๗ เดือนเศษแล้ว (มารับตำแหน่งเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๗) ได้รู้จักใกล้ชิดกับพี่น้องเมืองพานเรียกว่าแทบจะทุกคนก็ว่าได้ มาอยู่และทำงานแล้วผมมีความประทับใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นความร่วมมือร่วมใจจากพี่น้องทุกคนในการทำงานกับเราในรูปแบบต่างๆ จนทำให้เมืองพานเป็นเมืองที่สงบสุขร่มเย็นมาได้จนทุกวันนี้


ถ้าจะถามว่าผมหรือตำรวจเมืองพานเก่งหรือเปล่าก็คงจะไม่ใช่ ผมคิดว่าตำรวจนั้นแม้จะเก่งหรือขยันขันแข็งปานใดก็ตามก็ไม่อาจทำงานให้ประสบความสำเร็จได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ชัดดีถึงเรื่องนี้แล้วโดยไม่ต้องอธิบายหรือสาธยายกันมาก ขอบคุณครับ ขอบคุณพี่น้องทุกคนจริงๆ ตัวผมเองไม่รู้จะตอบแทนพี่น้องอย่างไรดีุึถึงจะคุ้มกับที่พี่น้องให้ร่วมมืออย่างดียิ่ง เอาเป็นว่าผมจะตอบแทนความดีของพี่น้องทุกคนด้วยการตั้งใจทำหน้าที่ในความรับผิดชอบของผมให้ดีที่สุดเท่าที่คนคนหนึ่งพึงกระทำก็แล้วกันแล้วก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เมืองพานของเราร่มเย็นเป็นสุขเช่นนี้ตลอดไปเพราะพี่น้องทุกคนคือบุคคลสำคัญยิ่งของผม


ผมนั้นมีความรักและชอบที่จะทำงาน ร่วมคิด ร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมแก้ปัญหากับพี่น้องประชาชนมากกว่าที่จะไปทำงานสัมผัสหรือใกล้ชิด.....ถึงแม้ว่าจะมีความเจริญก้าวหน้าไปในตัวก็ตามที เพราะนั่นไม่ใช่นิสัยของผม นิสัยที่แท้จริงของผมคือได้อยู่ร่วมทำงานกับพี่น้องแบบนี้ครับ


ขอบคุณทุกท่านด้วยใจอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณแต๊ๆ




รักตำรวจ เกลียดตำรวจ มีปัญหาอย่าลืมเรียกใช้ตำรวจนะครับ

สวัสดีครับผม

ร่วมกับเจ้าหน้าที่สายตรวจออกตรวจตรารักษาความปลอดภัยในเขตเทศบาล (๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๓)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น.เป็นต้นไปผมพร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์ออกตรวจตราดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในเขตเทศบาลตำบลเมืองพานตามแผนและวงรอบการตรวจที่กำหนดไว้ การตรวจในวันนี้เน้นไปที่ธนาคาร,สถานที่ราชการซึ่งมีพี่น้องประชาชนไปติดต่อค่อนข้างมาก,ร้านค้าทองและย่านชุมชนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนอกจากผมกับเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์จะออกตรวจแล้ว สายตรวจรถจักรยานยนต์ก็ยังคงตรวจตราดูแลในเขตพื้นที่รับผิดชอบตามปกติเช่นเคยครับ

สภาพทั่วไปของจุดต่างๆ ที่ตรวจครั้งนี้มีพี่น้องประชาชนค่อนข้างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณตลาดเทศบาลซึ่งนอกจากจะมีผู้คนหนาตาแล้วสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือยานพาหนะที่พี่น้องนำมาก็มีมากเช่นกัน พวกเราได้ดูแลการจอดยวดยานพาหนะให้พี่น้องด้วยส่วนใหญ่จอดถูกต้องและอยู่ในสภาพที่น่าจะปลอดภัยจากการถูกโจรกรรม เช่น การล็อกคอ ล็อกขาตั้งสำหรับรถจักรยานยนต์ ส่วนรถยนต์เมื่อจอดแล้วพี่น้องส่วนใหญ่ก็จะปิดประตูและล็อกไว้เรียบร้อย แต่ก็ยังมีบางคันที่ไม่ได้ทำแบบนี้พวกเราก็ช่วยแนะนำพี่น้องถึงวิธีการจอดที่ถูกต้องให้พี่น้องเหล่านั้น

นอกจากนี้ที่พวกเราถือว่าเป็นหลักปฏิบัติสำคัญยิ่งอย่างหนึ่งในการออกตรวจทุกครั้งก็คือการใช้หลักหรือทฤษฎีปรากฏกายให้พี่น้องเห็นอย่างชัดเจนขณะออกตรวจเพราะพวกเราทุกคนแต่งกายในเครื่องแบบตำรวจอันมีเกียรติยิ่งเมื่อพี่น้องสุจริตชนพบเห็นก็จะเกิดความอุ่นใจ ขณะเดียวกันหากมีบุคคลผู้ไม่หวังดีหรือจะก่อเหตุร้ายแก่พี่น้องก็อาจจะล้มเลิกความตั้งใจนั้นซึ่งจะทำให้ไม่มีการกระทำผิดใดๆ เกิดขึ้น พวกเราถือและปฏิบัติเช่นนี้ทุกครั้งที่ออกตรวจ

ประการต่อมาก็คือนอกจากออกตรวจตราตามปกติแล้วพวกเรายังได้ให้คำแนะนำประการอื่นๆ แก่พี่น้องไปในตัวด้วย เช่น หากพบพี่น้องคนใดสวมใส่สิ่งของเครื่องประดับมีค่าจำนวนมากติดตัวอย่างเปิดเผยในลักษณะล่อตาล่อใจคนร้ายหรือมิจฉาชีพพวกเราก็จะแนะนำทันที ซึ่งในการตรวจครั้งนี้เราพบอยู่ ๒-๓ คนด้วยกัน

เสร็จสิ้นการตรวจในเขตเทศบาลครั้งนี้เมื่อเวลาประมาณ ๑๔.๓๐ น.ขณะออกตรวจไม่พบการกระทำผิดใดๆ เกิดขึ้นครับ

<< ภาพประกอบ (๒๐ ภาพ) >>

ตำแหน่งของตำรวจ (๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๓)

สวัสดีครับ พ.ต.ท.สุพจน์ มัจฉา สวป.สภ.พาน เชียงราย รายงานตัวครับผม

วันนี้วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๓ ใกล้สิ้นเดือนที่ ๖ ของปีแล้วเร็วจริงๆ วันเวลานี่ไม่คอยท่าใครซะด้วยเพราะฉะนั้นใครมีหน้าที่อะไรก็จงทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ

ก่อนหน้านี้ผมนำเรื่องราวของตำรวจมาเล่าให้ฟังแล้วหลายเรื่องซึ่งก็อย่างที่บอกแหละครับว่าหากมีเวลาว่างๆ จะนำเรื่องราวเหล่านี้มาเล่าแจ้งแถลงไขหรือเล่าสู่กันฟัง แล้วก็ตอนนี้ว่างแล้วจึงขอนำเรื่องของตำรวจเราอีกซักเรื่องหนึ่งมาบอกกันครับ โดยเรื่องที่จะบอกกล่าวกันในวันนี้เป็นไปตามหัวเรื่องที่จั่วไว้ครับนั่นก็คือ ตำแหน่งของตำรวจ เป็นอย่างไรติดตามผมมาเลย แอ่นแอ๊น

ท่านที่รักครับ กฎหมายตำรวจที่ใช้อยู่ปัจจุบันคือ พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ มีผลบังคับใช้ตั้งวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ เป็นต้นมา ซึ่งกำหนดเรื่องราวต่างๆ ของตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจหน้าที่,การจัดระเบียบราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ,ยศ,ตำแหน่ง,เงินเดือน ฯลฯ ครอบคลุมทุกอย่างเลยก็ว่าได้ โดยเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจผมจะทยอยเล่าให้ฟังวันหลัง แต่วันนี้มาเข้าเรื่องที่บอกไว้ก่อนดีกว่าครับ

ปัจจุบันตำรวจเรากำหนดตำแหน่งไว้ ๑๓ ตำแหน่งเรียงลำดับจากใหญ่ไปหาเล็กดังนี้

. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
๒. จเรตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
๓. ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
๔. ผู้บัญชาการ
๕. รองผู้บัญชาการ
๖. ผู้บังคับการ และพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
๗. รองผู้บังคับการ และพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ
๘. ผู้กำกับการ และและพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ
๙. รองผู้กำกับการ และพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ
๑๐
. สารวัตร และพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ
๑๑. รองสารวัตร และพนักงานสอบสวน
๑๒. ผู้บังคับหมู่
๑๓. รองผู้บังคับหมู่

ทั้ง ๑๓ ตำแหน่งที่พูดถึงนั้นเป็นตำแหน่งหลัก แต่ยังมีตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นด้วยในบางหน่วยงาน ซึ่ง ก.ตร. หรือคำเต็มเรียกว่า
คณะกรรมการตำรวจ จะเป็นผู้กำหนดโดยเทียบกับตำแหน่งหลักที่พูดถึงนี้ว่าเป็นตำแหน่งใด เช่น พนักงานสอบสวน (สบ ๔) เทียบได้กับตำแหน่งผู้กำกับการ , ที่ปรึกษา (สบ ๑๐) เทียบได้กับตำแหน่งจเรตำรวจและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น รายละเอียดเรื่องนี้ท่านใดสนใจสามารถเปิดอ่านได้ที่นี่ครับ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2548/00169404.PDF




ต่อไปผมขอแนะนำเรื่องยศของแต่ละตำแหน่งครับว่าตำแหน่งเหล่านี้มียศอะไรกันบ้าง เรื่องนี้ใน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ กำหนดไว้ดังนี้

๑. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มียศเดียวครับคือพลตำรวจเอก
๒. จเรตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยศพลตำรวจโทถึงพลตำรวจเอก
๓. ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยศพลตำรวจโท
๔. ผู้บัญชาการ ยศพลตำรวจตรีถึงพลตำรวจโท
๕. รองผู้บัญชาการ ยศพลตำรวจตรี
๖. ผู้บังคับการ และพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ยศพันตำรวจเอก(พิเศษ) ถึงพลตำรวจตรี (ผมขอทำความเข้าใจคำว่ายศ
พันตำรวจเอก(พิเศษ) อีกนิดหนึ่งนะครับ คืออันที่จริงยศ พันตำรวจเอก(พิเศษ) นี่ไม่มีหรอกแต่เป็นภาษาปากที่ใช้พูดกัน สำหรับยศจริงๆ ก็คือพันตำรวจเอกนั่นแหละแต่เป็นพันตำรวจเอกที่ได้รับอัตราเงินเดือนพันตำรวจเอก(พิเศษ) ครับผม)
๗. รองผู้บังคับการ และพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ ยศพันตำรวจเอก(พิเศษ)
๘. ผู้กำกับการ และและพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ ยศพันตำรวจโทถึงพันตำรวจเอก
๙. รองผู้กำกับการ และพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ ยศพันตำรวจโท
๑๐
.
สารวัตร และพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ ยศร้อยตำรวจเอก,พันตำรวจตรี,พันตำรวจโท
๑๑. รองสารวัตร และพนักงานสอบสวน ยศร้อยตำรวจตรี,ร้อยตำรวจโท,ร้อยตำรวจเอก
๑๒. ผู้บังคับหมู่ ยศสิบตำรวจตรี,สิบตำรวจโท,สิบตำรวจเอก,จ่าสิบตำรวจ,ดาบตำรวจ
๑๓. รองผู้บังคับหมู่ ไม่มียศครับแต่ให้แต่งตั้งจากตำรวจชั้นพลตำรวจ


อ่านมาถึงตรงนี้หลายท่านอาจจะงงๆ ว่า เอ้า หลายตำแหน่งมียศตั้งหลายยศแล้วจะรู้ได้ไงล่ะครับว่ายศนั้นเป็นตำแหน่งอะไรกันแน่ ผมจะเฉลยให้ฟังต่อ แต่จะพูดเฉพาะตำแหน่งที่มีหลายยศนะครับ เช่น จเรตำรวจแห่งชาติ,รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติซึ่งมียศตั้งแต่พลตำรวจโทถึงพลตำรวจเอก คือเป็นแบบนี้ครับ ตำแหน่งที่ว่ามียศนั้นถึงยศนี้นี่น่ะเป็นเรื่องของการแต่งตั้งผู้ที่จะดำรงตำแหน่งสูงน่ะครับว่าถ้าจากตำแหน่งนี้จะเลื่อนหรือรับตำแหน่งสูงขึ้นต้องมียศไม่น้อยกว่ายศไหน ถ้ายศไม่ถึงหรือน้อยกว่าก็แต่งตั้งไม่ได้ เช่น ผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติหรือรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้นจะต้องมียศพลตำรวจโทเสียก่อน (นี่ยังไม่รวมถึงระยะเวลาในการครองตำแหน่ง,อัตราเงินเดือน ฯลฯ อีกจิปาถะนะครับ) ถึงจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนี้ได้ ตำแหน่งอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน เมื่อผู้ใดมีคุณสมบัติครบแล้วไม่ว่าจะเป็นยศ,เงินเดือน,ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งที่ผ่านมา ฯลฯ รวมถึง....... (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) และผู้บังคับบัญชาเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นก็จะแต่งตั้งครับ แล้วทีนี้วงการตำรวจเราน่ะในเวลาแต่งตั้งนั้นทั้งยศ,ตำแหน่ง,เงินเดือน,ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งที่ผ่านมา ฯลฯ จะครบกันหมดแล้ว (บางคนเลยมาตั้งหลายปีด้วยซ้ำไป) เมื่อแต่งตั้งเรียบร้อยแล้วสักพักหนึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะแต่งตั้งว่าที่ยศให้ในกรณีที่ผู้นั้นมียศต่ำกว่ายศสูงสุดของตำแหน่งนั้น เช่น พลตำรวจตรี ก.ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการก็จะได้รับว่าที่ยศเป็น พลตำรวจโท เป็นต้น ทั้งนี้เนื่องจากว่ายศสูงสุดของตำแหน่งผู้บัญชาการคือ พลตำรวจโท นั่นเอง (ว่าที่ยศนั้นใช้กับข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรซึ่งจะต้องรอรับพระราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศก่อนจึงจะปลดคำว่า ว่าที่ ออกเหลือเพียงแต่ยศนั้นๆ ซึ่งผมจะพูดเรื่องว่าที่ยศให้ทราบในโอกาสต่อไป)



เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นและสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการเรื่องว่าที่ยศเสร็จแล้วเรามาดูกันต่อว่ายศที่ติดอยู่บนบ่านั้นจะเรียกตำแหน่งอย่างไร น่าสนใจนะครับจะได้เรียกได้ถูก (แต่ขอบอกไว้ก่อนนะครับว่าการเรียกตำแหน่งของตำรวจเรานั้นมักจะเรียกคำที่เป็นตำแหน่งหลักมากกว่าไม่ว่าชื่อตำแหน่งอย่างเป็นทางการของตำแหน่งที่เทียบเท่าจะเรียกอะไรก็ตาม) ซึ่งมีดังนี้ครับ

. ยศพลตำรวจเอก คือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,จเรตำรวจแห่งชาติ,รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
๒. พลตำรวจโท คือ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการ
๓. พลตำรวจตรี คือ รองผู้บัญชาการและผู้บังคับการ
๔. พันตำรวจเอก(พิเศษ) คือรองผู้บังคับการ
๕. พันตำรวจเอก คือ ผู้กำกับการ (ระหว่างพันตำรวจเอก(พิเศษ) และพันตำรวจเอกต่างกันและดูตรงไหนว่าใครเป็นใครผมเคยนำเสนเรื่องราวให้ทราบไว้แล้ว หากจำไม่ได้หรือยังไม่ได้อ่านกรุณาคลิกดูที่นี่ได้เลยครับท่่าน http://mrsp2503.blogspot.com/2010/06/blog-post_4814.html )
๖. พันตำรวจโท คือ รองผู้กำกับการและสารวัตร
๗. พันตำรวจตรี คือ สารวัตร
๘. ร้อยตำรวจเอก คือ สารวัตรและรองสารวัตร
๙. ร้อยตำรวจโทและร้อยตำรวจตรีคือ รองสารวัตร
๑๐. ดาบตำรวจ,จ่าสิบตำรวจ ท่านสามารถเรียกยศได้เลยครับ เช่น ดาบตำรวจ (หรือดาบ) นั้นดาบนี้ , จ่าสิบตำรวจ (หรือจ่า) นั้นจ่านี้ สำหรับสิบตำรวจเอก,สิบตำรวจโท,สิบตำรวจตรีนั้นสมัยก่อนเขามักจะเรียกกันว่า
หมู่ ซึ่งมาจากคำว่า ผู้บังคับหมู่ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยใช้คำนี้กันแล้ว ในวงการผมจะเรียกผู้มียศนี้โดยใช้ชื่อของคนนั้นแทนไปเลย



มีปัญหาอีกแหละครับว่าบางตำแหน่งมีตั้งหลายยศ แล้วเมื่อเห็นยศเหล่านั้นจะเรียกว่ายังไงดี ยากเหมือนกันนะ (แหม ขนาดตำรวจอย่างพวกผมก็ยังงงๆ เลย เพราะกำลังพลของเราเยอะมากแล้วก็ไม่ได้รู้จักกันทั้งหมด) เอาแบบนี้ก็แล้วกันคือให้ดูที่ยศเป็นหลักแล้วเรียกตามที่ผมบอกนั่นแหละผิดถูกไม่เป็นไร ไม่มีใครถือสาหรอกครับ บางคนกลับชอบซะอีกเช่นตัวเองตำแหน่งสารวัตรยศพันตำรวจโทซึ่งยศนี้มีถึง ๒ ตำแหน่งคือรองผู้กำกับการและสารวัตรแต่พี่น้องเรียกผิดเป็น รองผู้กำกับการ อย่างผมเป็นต้น เล่นเอาหน้าบานไปหลายวันเลยเชียว แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะเรียกยังไงจริงๆ ผมแนะนำนะครับเรียก พี่ หรือ ลุง ไปเลยก็ได้ (ฮา)

ปิดท้ายครับ ที่บอกไปนั้นเป็นการเรียกชื่อตำแหน่งของตำรวจซึ่งเป็นคำพูดแบบเป็นทางการซึ่งบางคนไม่ถนัดและชอบเรียกคำที่เป็นคำปากมากกว่า ผมจึงขอแนะนำการเรียกชื่อตำแหน่งที่มักนิยมเรียกกันดังต่อไปนี้
๑. ผู้บังคับการ เรียก ผู้การ
๒. รองผู้บังคับการ เรียก รองผู้การ
๓. ผู้กำกับการ เรียก ผู้กำกับ
๔. รองผู้กำกับการ เรียก รองผู้กำกับ
ส่วนนอกเหนือจากนี้มักจะเรียกตามชื่อตำแหน่งที่เป็นทางการยกเว้นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมักจะเรียกว่า ผบ.ตร. (ผอ บอ ตอ รอ) , รอง ผบ.ตร. และ ผู้ช่วย ผบ.ตร.

วันนี้เขียนมาค่อนข้างยืดยาวแต่ก็ยังไม่หมดอยู่ดียังมีอีกหลายตอนซึ่งผมจะทยอยนำมาเล่าให้ฟังต่อไปนะครับ


รักตำรวจ เกลียดตำรวจ มีปัญหาอย่าลืมเรีัยกใช้ตำรวจนะครับ

สวัสดีครับผม