วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจมอบหมายภารกิจก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ (๖ สิงหาคม ๒๕๕๓)

วันนี้เวลาประมาณ ๑๕.๕๐ น.ผมได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจรถจักรยานยนต์ผลัดที่จะปฏิบัติหน้าที่ระหว่างเวลา ๑๖.๐๐-๒๔.๐๐ น.เพื่อชี้แจงและมอบหมายภารกิจก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสายตรวจ

สำหรับภารกิจที่มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สายตรวจผลัดนี้ถือปฏิบัติมีดังนี้

๑. เน้นการปฏิบัติให้มากเป็นพิเศษบริเวณย่านชุมชนที่มีคนพลุกพล่าน
๒. ให้ดำเนินการตามมาตรการทิ้งทุ่นโดยการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจจากการทำให้คนน้อยเป็นคนมากตามวิธีการที่แจ้งในการประชุมวันนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนเกิดความอุ่นใจและเป็นการลดช่องโอกาสของคนร้ายที่จะกระทำผิด
๓. เพิ่มความสังเกตและตรวจค้นบุคคล/ยานพาหนะซึ่งมีลักษณะผิดปกติ เช่น ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดนานผิดสังเกต หรือพกพาอาวุธ หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
๔. ให้เพิ่มความเข้มในการตรวจจุดที่กำหนดไว้ให้มากยิ่งขึ้น
๕. ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ให้ทำการตั้งจุดตรวจอย่างน้อยวันละ ๑ ครั้งโดย การตั้งให้ปฏิบัติตามระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดอย่างเคร่งครัด
๖. การปฏิบัติต่อพี่น้องประชาชนให้เป็นไปด้วยความสุภาพ อ่อนน้อมและเป็นมิตรในลักษณะขอความร่วมมือไปเบื้องต้นก่อนเพื่อเป็นการสร้างมวลชนไปในตัว แต่หากการกระทำผิดเป็นความผิดต่อกฎหมายอย่างชัดแจ้งและพี่น้องประชาชนเดือดร้อนให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด
๗. รายงานการปฏิบัติเข้าศูนย์วิทยุ สภ.พานทุกครั้งหรืออย่างน้อยทุกๆ ๓๐ นาที
๘. หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจผลัดนี้ให้บันทึกข้อมูลและผลการปฏิบัติตามแบบฟอร์มเก็บไว้ที่ศูนย์ปฏิบัติการสายตรวจเพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์หรือปรับแผนการตรวจให้เหมาะสมยิ่งขึ้นต่อไป

เจ้าหน้าที่รับทราบจึงปล่อยแถวออกปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

อนึ่ง การประชุมและชี้แจงเจ้าหน้าที่สายตรวจเพื่อมอบหมายภารกิจก่อนออกปฏิบัติหน้าที่นั้นตามโครงการพัฒนาสถานีตำรวจเพื่อประชาชนในด้าน "การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน" กำหนดไว้สรุปได้ดังนี้

๑.ให้มีการอบรมชี้แจงเพื่อสร้างเสริมทักษะเจ้าหน้าที่สายตรวจและตรวจสอบความ พร้อมเกี่ยวกับการแต่งกาย,อาวุธ,เครื่องมือเครื่องใช้และยานพาหนะก่อนออกปฏิบัติหน้าที่
๒. ให้รวบรวมข้อมูลอาชญากรรมจากสายตรวจไว้อย่างสม่ำเสมอ
๓. ให้รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์สถานภาพอาชญากรรมและสถานการณ์เพื่อประกอบการพิจารณาวางแผนในการจัดสายตรวจอย่างเป็นระบบ
๔. สายตรวจมีการเยี่ยมเยียนประชาชนอย่างสม่ำเสมอ
๕. มีการตรวจตามวงรอบที่กำหนด
๖. ตั้งจุดตรวจอย่างน้อยวันละ ๑ ครั้งโดยให้ถือตามหนังสือ ตร.ที่ ๐๖๒๕/๓๗๗๙ ลงวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๔๐
ต่อมาเวลาประมาณ ๑๖.๐๕ น. ได้ตรวจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่สิบเวรพบ ด.ต.เวที เรือนปาง อยู่ปฏิบัติหน้าที่รายงานเหตุการณ์ทั่วไปปกติ ในส่วนของเอกสารที่เกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่จัดทำไว้สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน จากนั้นร่วมกันตรวจห้องควบคุมผู้ต้องหาพบว่ามีผู้ต้องหาจำนวน ๒ คนเพศชายถูกจับกุมในข้อกล่าวหาว่ากระทำผิด พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ สภาพห้องควบคุมมั่นคงแข็งแรง ไม่มีสิ่งของผิดกฎหมายหรือระเบียบอยู่ภายใน ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดโดยยึดระเบียบที่กำหนดไว้เป็นสำคัญ หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นขณะปฏิบัติหน้าที่ให้รีบรายงานให้ทราบทันที

เจ้าหน้าที่รับทราบ

อนึ่ง จากการตรวจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่สิบเวรครั้งนี้จะเห็นว่าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหานั้นมีห้องชี้ตัวผู้ต้องหาด้วย ดังนั้นเพื่อความเข้าใจในเรื่องนี้จึงขอนำระเบียบที่เกี่ยวกับห้องชี้ตัวผู้ต้องหามาแจ้งเพื่อทราบเพิ่มเติมดังนี้ครับ

กรมตำรวจ (หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติในปัจจุบัน) มีหนังสือที่ มท ๐๖๐๖.๖/๕๒๗ ลงวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๔๑ เรื่องการปฏิบัติในการชี้ตัวผู้ต้องหา มีสาระสำคัญสรุปในเรื่องนี้ความว่า "สถานที่ที่จะทำการชี้ตัวผู้ต้องหาต้องเป็นห้องที่มีกำบังพอที่จะป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกมองเห็นบุคคลที่อยู่ภายในห้องได้จากทางอื่นนอกจากช่องกระจก (มีขนาดพอสมควรที่จะมองเข้าไปภายในห้องได้โดยสะดวก) กระจกที่ใช้เป็นกระจกมองทางเดียว ( one way mirror) โดยติดตั้งให้ผู้ชี้ตัวผู้ต้องหามองผ่านเข้าไปในห้องชี้ตัวผู้ต้องหาได้ แต่บุคคลภายในห้องชี้ตัวผู้ต้องหาไม่สามารถมองเห็นบุคคลที่อยู่ภายนอกห้องชี้ตัวได้ และภายในห้องชี้ตัวผู้ต้องหาต้องมีแสงสว่างเพียงพอที่จะเห็นบุคคลภายในห้องได้อย่างชัดเจน"

วิธีชี้ตัวผู้ต้องหาให้ปฏิบัติดังนี้

๑. เพื่อความเป็นธรรมแก่คู่กรณีห้ามจัดให้ผู้ที่จะทำการชี้ตัวผู้ต้องหามีโอกาสเห็นตัวหรือภาพถ่ายหรือตำหนิรูปพรรณผู้ต้องหาก่อนทำการชี้ตัว


๒. พยายามจัดให้ผู้ต้องหาแต่งกายลักษณะคล้ายคลึงกับเวลาที่เกิดเหตุยืนปะปนกับบุคคลอื่นเพศเดียวกัน รูปร่าง ขนาด อายุ และแต่งกายคล้ายคลึงกับผู้ต้องหาจำนวนไม่น้อยกว่า ๕ คนและอยู่รวมกับผู้ต้องหาในที่เดียวกัน


๓. ให้ผู้ต้องหาและบุคคลที่จัดไว้ยืนเข้าแถวอยู่รวมกันหรือเดินผ่านผู้ชี้ตัวทีละคนและให้ผู้ต้องหาเลือกที่ยืนหรือลำดับที่เดินผ่านผู้ชี้ตัวแล้วแต่กรณีตามความประสงค์ของผู้ต้องหาทุกครั้ง และเมื่อผู้ต้องหาพอใจอย่างไรแล้วให้บันทึกรับทราบการชี้ตัวของผู้ต้องหาไว้ด้วย


๔. บันทึกรับทราบการชี้ตัวของผู้ต้องหาให้เป็นไปตามแบบที่แนบท้ายหนังสือนี้


๕. ในการชี้ตัวผู้ต้องหาให้ผู้ทำหน้าที่อำนวยการในการชี้ตัวผู้ต้องหาจัดให้มีบุคคลภายนอกซึ่งมิใช่ตำรวจและบุคคลที่เชื่อถือของบุคคลโดยทั่วไป เช่น ข้าราชการฝ่ายปกครอง ข้าราชการครู กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สื่อมวลชน หรือบุคคลซึ่งเป็นที่ยอมรับนับถือของบุคคลในพื้นที่ที่มีการชี้ตัวอย่างน้อย ๒ คนเป็นพยานในการชี้ตัวผู้ต้องหา


๖. ห้ามผู้ใดกระทำการอันเป็นเชิงแนะนำให้ชี้ตัวผู้ต้องหาคนใด


๗. เมื่อชี้ตัวผู้ต้องหาแล้วให้บันทึกผลการชี้ตัวไว้เป็นหลักฐานโดยแยกทำบันทึกเป็นรายบุคคลของผู้เข้าชี้ตัวแล้วให้ผู้ทำหน้าที่ผู้อำนวยการชี้ตัวผู้ชี้ตัวและพยานในการชี้ตัวลงลายมือชื่อรับรองการชี้ตัวไว้ด้วย บันทึกผลการชี้ตัวผู้ต้องหาให้เป็นไปตามแบบที่แนบท้ายหนังสือ


๘. เมื่อชี้ตัวผู้ต้องหาแล้วให้ลงบันทึกรายงานประจำวันไว้เป็นหลักฐานและให้สอบสวนปากคำผู้ชี้ตัวไว้ด้วย


๙ ในการชี้ตัวผู้ต้องหาจะจัดให้มีการบันทึกภาพไว้ด้วยก็ได้

ตั้งจุดตรวจเคลื่อนที่และดำเนินรายการทางวิทยุชุมชน (๖ สิงหาคม ๒๕๕๓)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น. ผมร่วมกับ ร.ต.ท.เกรียงศักดิ์ มณีจันสุข รอง สวป.สภ.พานซึ่งปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจเวรหัวหน้าสายตรวจพร้อมสายตรวจรถยนต์ซึ่งประกอบด้วย ด.ต.ถวิล เนตรคำ , ด.ต.เจริญ เครือแก้ว และ ด.ต.ณรงค์ชัย กลิ่นหอม ออกตรวจตราดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลสันกลางและตำบลป่าหุ่ง การออกตรวจครั้งนี้นอกจากจะตระเวนตรวจตราจุดสำคัญๆ , ย่านชุมชนที่มีพี่น้องประชาชนพลุกพล่านแล้วยังได้ตั้งจุดตรวจตามเส้นทางซึ่งเป็นไปตามระเบียบวิธีปฏิบัติในคู่มือการจัดสายตำรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ฉบับปรับปรุงปี พ.ศ.๒๕๔๓) ที่กำหนดให้ สวป.หรือนายตำรวจเวรหัวหน้าสายตรวจจะต้องตั้งจุดตรวจตามจุดหรือเส้นทางที่เหมาะสมเพื่อป้องกัน,ปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดและสร้างความอุ่นใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแก่พี่น้องประชาชนที่พบเห็นรวมทั้งแวะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนพร้อมทั้งแนะนำเรื่องราวที่น่าจะเป็นประโยชน์ในการป้องกันภัยจากอาชญากรรมเบื้องต้นแก่พี่น้องอีกส่วนหนึ่งด้วย

สภาพทั่วไปในเขตพื้นที่ที่ออกตรวจตรานั้นมีฝนตกลงพอสมควร พี่น้องส่วนใหญ่ออกไปทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลางท้องทุ่งนาที่อยู่ระหว่างฤดูการเพาะปลูกประจำทำให้บ้านเรือนส่วนใหญ่แทบไม่มีผู้คนอยู่ดูแลจะมีอยู่บ้างก็เฉพาะแต่ผู้สูงอายุเพียงไม่กี่หลังคาเรือน จึงได้วิทยุสังการให้เจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนทั้งสองตำบลหมั่นออกตรวจตราบ้านพักอาศัยของพี่น้องซึ่งไม่มีผู้อยู่ดูแลให้มากเป็นพิเศษเพื่อป้องกันเหตุโจรกรรมจากคนร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ต่อมาเวลาประมาณ ๑๒.๓๐ น.ได้เดินทางไปยังจุดปฏิบัติการเตรียมความพร้อมวิทยุชุมชนบ้านน้ำพุเย็น ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๒ ตำบลสันกลาง ส่งกระจายเสียงในระบบ F.M.ความถี่ ๙๖.๕ MHz. เพื่อออกอากาศให้ความรู้ความเข้าใจแก่พี่น้องประชาชนคนฟัง โดยสาระความรู้ที่แจ้งแก่พี่น้องวันนี้ได้นำเรื่องการแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายทางโทรศัพท์หมายเลข ๑๙๑ ที่พี่น้องพบเห็นหรือต้องการความช่วยเหลือจากตำรวจที่ผมนำเผยแพร่ในบล็อกนี้เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคมที่ผ่านมา , การป้องกันระวังทรัพย์สินภายในเคหสถานช่วงเวลาที่พี่น้องไม่อยู่ที่บ้านพักและเวลาอยู่บริเวณภายนอกรวมถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนให้พี่น้องทราบด้วย ใช้เวลาออกอากาศในครั้งนี้ประมาณ ๒๕ นาทีซึ่งได้รับความร่วมมือจากหัวหน้าวิทยุชุมชนแห่งนี้เป็นอย่างดียิ่ง จึงขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง

เหมือนเดิมครับการออกตรวจวันนี้ผมได้เก็บภาพบรรยากาศการปฏิบัติรวมถึงทิวทัศน์สองข้างทางที่ผ่านไปมาอันสวยสดงามมาฝากกันเช่นเคย รายละเอียดคลิกดูได้ที่นี่

ขอบคุณครับผม

แบบรายงานผลการปฏิบัติราชการของสายงานป้องกันปราบปราม (๖ สิงหาคม ๒๕๕๓)

สวัสดีครับ

วันนี้วันศุกร์แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๘ หลัง ปีขาล รัตนโกสินทรศก ๒๒๙ ตรงกับวันที่ ๖ สิงหาคม พุทธปรินิพพานล่วงแล้ว ๒๕๕๓ ปี เดือนนี้เป็นเดือนแห่งมิ่งมหามงคลเดือนหนึ่งเนื่องจากในวันที่ ๑๒ ที่จะถึงนี้เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระแม่ของปวงชนชาวไทยซึ่งเป็นที่รักยิ่งของพวกเราทุกคน ขอเชิญชวนพี่น้องตั้งใจปฏิบัติภาระหน้าที่ในความรับผิดชอบให้ดีและเต็มกำลังความสามารถเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านโดยทั่วกัน



ท่านที่รักครับ งานในหน้าที่อย่างหนึ่งของผมซึ่งเป็น สวป.หรือสารวัตรป้องกันปราบปรามนั้นนอกจากจะออกตรวจตราดูแลความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ให้ความรู้ความเข้าใจ เผยแพร่กิจกรรมผลการปฏิบัติต่างๆ ของตำรวจเราไปสู่พี่น้องประชาชนแล้วอีกอย่างหนึ่งซึ่งจะต้องทำทุกวันก็คือการตรวจผลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่สายตรวจแต่ละวันแต่ละผลัดว่าได้ดำเนินการไปอย่างไรบ้าง รวมถึงนำข้อมูลนั้นไปรวบรวมและวิเคราะห์เพื่อจัดทำแผนการตรวจให้เหมาะสมยิ่งขึ้นต่อไปซึ่งเป็นเรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังเช้าวันนี้ครับนั่นก็คือ “แบบรายงานผลการปฏิบัติราชการสายงานป้องกันปราบปราม”


เรื่องนี้ปรากฏในคู่มือการจัดสายตรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ฉบับปรับปรุงปี ๒๕๔๓) ที่กำหนดแบบฟอร์มการรายงานผลการปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่สายตรวจทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศถือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน ในแบบฟอร์มนี้มีสาระสำคัญดังนี้


๑. ชื่อเจ้าหน้าที่สายตรวจและวันเวลาที่ปฏิบัติ
๒. เหตุการณ์ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ซึ่งมีรายละเอียดย่อยลงไปประกอบด้วย
๒.๑ ข้อมูลทั่วไป
๒.๒ รายละเอียดเกี่ยวกับคนร้าย
๒.๓ การตรวจค้น
๒.๔ การตรวจเยี่ยมเยียนประชาชนและรับคำร้องเรียน
๒.๕ การปฏิบัติและสถานการณ์อื่น
๓. ข้อมูลพฤติกรรมบุคคลหรือบุคคลที่มีแนวโน้มในการกระทำความผิด


ในส่วนของการปฏิบัตินั้นระหว่างออกปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่สายตรวจก็จะตรวจตราดูแลรวมถึงรวบรวมข้อมูลที่พบตามแบบฟอร์มไว้แล้วหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในเวรผลัดนั้นก็จะบันทึกข้อมูลที่พบลงในแบบฟอร์มเพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอนจนถึงหัวหน้าสถานีตำรวจ ในส่วนของผมนั้นจะตรวจข้อมูลเหล่านี้ทุกวันเสร็จแล้วก็จะมีความเห็นเสนอผู้บังคับบัญชา แล้วหลังจากนั้นประมาณ ๑ อาทิตย์หรืออาจจะเร็วกว่านี้หากสถานการณ์มีความจำเป็นเร่งด่วนเราก็จะนำข้อมูลที่ได้รับมาวิเคราะห์เพื่อจัดทำแผนการตรวจให้ถูกต้อง เหมาะสมเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดต่อไป


ครับ นี่ก็คือการปฏิบัติงานอย่างหนึ่งของตำรวจสายตรวจของเรา


รักตำรวจ เกลียดตำรวจ มีปัญหาอย่าลืมเรียกใช้ตำรวจนะครับ


สวัสดีครับผม

วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เว็บไซต์สถานีตำรวจภูธรพาน (๕ สิงหาคม ๒๕๕๓)

สายัณห์สวัสดิ์ครับ

วันนี้วันพฤหัสบดีแรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๘ หลัง ปีขาล รัตนโกสินทรศก ๒๒๙ ตรงกับวันที่ ๕ สิงหาคม พุทธปรินิพพานล่วงแล้ว ๒๕๕๓ ปี หลายที่หลายแห่งมีฝนตกลงมาพอสมควร ที่เมืองพานก็เฉกเช่นกัน ช่วงเช้าอากาศค่อนข้างอบอ้าวไปจนถึงบ่ายๆ แต่พอเพลาใกล้ๆ ๔ โมงเย็นฝนตกลงมาค่อนข้างหนัก ตอนที่ผมเขียนบทความนี่ก็ยังตกอยู่แล้วดูทีท่าว่าคืนนี้คงตกไปอีกนานและอาจจะตลอดคืนก็ได้ ขอฝากพี่น้องทุกคนที่ใช้รถใช้ถนนช่วงนี้หรือช่วงไหนก็ตามซึ่งมีฝนตกลงมาโปรดใช้ความระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษหน่อยเพราะโอกาสเกิดอุบัติเหตุย่อมมีมากกว่ายามปกติหลายเท่า อุบัติเหตุมิใช่เรื่องของเวรกรรมแต่เป็นการกระทำของคนเรานั่นแล "กฏจราจรคือกฎแห่งความปลอดภัย" ท่องและปฏิบัติไว้ไม่ผิดหวังแน่นอนขอรับ

วันนี้ขออนุญาตเผยแพร่เว็บไซต์หรือหากจะเรียกให้ถูกต้องก็ต้องเป็น "บล็อก" ของ สภ.พานที่ผมทำงานอยู่ตอนนี้กันหน่อย เว็บไซต์หรือบล็อกนี้เปิดตัวสู่สาธารณชนนานแล้ว ช่วงแรกๆ ผมเป็นคนทำเสียเป็นส่วนใหญ่โดยให้น้องๆ ตำรวจที่พอจะมีแววเป็นผู้ช่วย แต่ต่อมาประมาณกลางๆ เดือนมีนาคมปีนี้มีปัญหาติดขัดบางประการเลยหยุดเผยแพร่ไปช่วงหนึ่งแต่ก็ใช้เวลาช่วงนั้นฝึกปรือน้องๆ เขาให้มีวิทยายุทธเพิ่มเติม ตอนนี้เขาทำเป็นและคล่องแล้วรวมถึงปัญหาติดขัดบางประการนั้นก็ได้แก้ไขจัดการไปเป็นที่เรียบร้อยจึงขอเปิดตัวอีกครั้งในวันนี้ สำหรับข้อมูลในเว็บไซต์หรือบล็อกของ สภ.พานเราจะยังคงสิ่งที่เคยทำไว้เหมือนเดิมรวมถึงเพิ่มเติมกิจกรรมและผลงานต่างๆ ต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆ ในส่วนของผู้จัดทำขออนุญาตยกให้เป็นหน้าที่ของน้องๆ เขา ส่วนผมจะคอยเป็นพี่เลี้ยงข้างเวที

อย่าลืมนะครับพี่น้องหากต้องการติดตามผลงานและกิจกรรมต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พานกรุณาคลิกมาได้ที่นี่นะขอรับกระผม

http://phancop.spaces.live.com

ขอบคุณครับ

ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ๑๙๑ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย (๕ สิงหาคม ๒๕๕๓)

สวัสดีครับ

ช่วงพักเที่ยงวันวันนี้ผมขออนุญาตนำเรื่องราวความก้าวหน้าในการให้บริการพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับการรับแจ้งเหตุต่างๆ ของตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายมาเล่าให้พี่น้องฟังกันเรื่อง ๑ โดยข้อมูลที่จะเล่านี้ผมนำมาจากบล็อกของฝ่ายอำนวยการ (การเงิน) ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ซึ่งขออนุญาตเจ้าของบล็อกในการเผยแพร่และได้รับอนุญาตแล้ว จึงขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

ท่านที่รักครับ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายภายใต้การบริหารงานของ พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการที่พี่น้องประชาชนจะแจ้งข้อมูลข่าวสาร เบาะแส เหตุด่วน เหตุร้าย หรือเหตุสำคัญต่างๆ เป็นอย่างยิ่ง ที่ผ่านมาท่านก็ได้กำชับและสั่งการให้สถานีตำรวจทุกแห่งในจังหวัดเชียงราย (๒๔ สถานี) ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเคร่งครัดและจริงจังรวมถึงให้การบริการพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมที่สุด ซึ่งตามปกตินั้นการแจ้งเหตุต่างๆ ทางโทรศัพท์พี่น้องมักจะแจ้งไปยังสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ หรือไม่ก็ใช้หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน ๑๙๑ เสียเป็นส่วนใหญ่ บางครั้งจุดหมายปลายทางที่รับสายอาจไม่ใช่สถานีตำรวจท้องที่ที่ต้องการแจ้งก็ได้ทำให้เกิดความล่าช้าหรือเสียเวลาโดยใช่เหตุ จึงมีนโยบายที่จะรวมการรับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายหรือข้อมูลเบาะแสที่พี่น้องต้องการแจ้งให้ตำรวจเราทราบไว้ในที่เดียวกันคือ(กองบังคับการ)ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย โดยมีเจ้าหน้าที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาปฏิบัติหน้าที่ตลอด ๒๔ ชั่วโมงท่านจึงได้จัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุรวมขึ้นมาเรียกว่า "ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ๑๙๑ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย" ซึ่งเริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่วันนี้ (๕ สิงหาคม ๒๕๕๓) เป็นต้นไป (วันเดียวกันนี้ "ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ" เริ่มเปิดดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศจำนวน ๒๐ ศูนย์ซึ่งในส่วนของตำรวจภูธรภาค ๕ นั้นมี ๒ จังหวัดคือจังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่)

ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ๑๙๑ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายตั้งอยู่ที่อาคารยูนิวานกรุ๊ป ชั้น ๓ (กองบังคับการ)ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ห้องปฏิบัติการมีขนาด ๓๐ ตารางเมตร โดย พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย เป็นผู้อำนวยการศูนย์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย ฝ่ายความมั่นคงและกิจการพิเศษ เป็นรองผู้อำนวยการฯ เปิดให้บริการ ๓ คู่สาย กำหนดให้สารวัตรฝ่ายอำนวยการและการข่าว ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่พร้อม รอง สวป.สภ.เมืองเชียงราย ซึ่งมีจำนวน ๖ คนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจเวรประจำศูนย์และให้สถานีตำรวจทุกแห่งจัดส่งเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องคอมพิวเตอร์มาปฏิบัติหน้าที่สถานีละ ๑ คนเพื่อทำหน้าที่รับแจ้งเหตุที่พี่น้องประชาชนจะแจ้งเข้ามา

สำหรับการแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายนั้นพี่น้องประชาชนสามารถใช้โทรศัพท์ทุกระบบและทุกเครือข่ายแจ้งศูนย์นี้ได้ที่หมายเลข ๑๙๑ จากนั้นระบบจะโอนสายไปยังเจ้าหน้าที่ซึ่งคู่สายว่างในขณะนั้นเพื่อรับแจ้งเหตุของท่าน หลังจากรับแจ้งแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะบันทึกข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์พร้อมทั้งแจ้งต่อไปยังสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุทันทีโดยระบบจะบันทึกวันเวลาในการรับแจ้งและการแจ้งเหตุต่อไปยังเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจท้องทีที่เกิดเหตุโดยอัตโนมัติ สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา

อนึ่ง เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๓ พลตำรวจโทจิโรจน์ ไชยชิต ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เดินทางมาทำการเปิดศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ๑๙๑ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายอย่างเป็นทางการ (ประมวลภาพคลิกดูที่นี่ครับ)

ครับ นั่นก็คือความก้าวหน้าและเทคโนโลยีสมัยใหม่อีกอย่างหนึ่งที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายภายใต้การบริหารงานของ พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ฯ ได้นำมาให้บริการแก่พี่น้องประชาชนของเรา


เหตุด่วน เหตุร้าย หมุนไป ๑๙๑ ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย

สวัสดีครับ

พบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน (๕ สิงหาคม ๒๕๕๓)

งานในหน้าที่อย่างหนึ่งของผมซึ่งเป็นสารวัตรป้องกันปราบปรามหรือ สวป.ก็คือการออกพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนเพื่อสร้างความสนิทสนม ผูกพันธ์ รักใคร่กลมเกลียว รวมไปถึงการนำเรื่องราวสาระน่ารู้สิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขี้ินในแวดวงโรงพักที่พี่น้องอาจจะยังไม่รู้ไปแจ้งไปกระจายข่าวให้พี่น้อง ที่สำคัญก็คือเรื่องราวที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เรื่องแปลกๆ ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นที่มีคนไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน อะไรประมาณนี้นี่แหละครับ ทีนี้เมื่อพี่น้องได้รับรู้รับทราบแล้วก็จะได้ระแวดระวังตัวให้มากขึ้นอย่างน้อยก็รู้เท่าทันเล่เหลี่ยม กลโกงหรือพฤติการณ์ของคนร้าย ยิ่งไปกว่านั้นก็คือการออกพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องนั้นถือเป็นการ "เติมช่องว่าง" ที่อาจจะมีอยู่บ้างระหว่างตำรวจกับพี่น้องให้สนิทแน่นยิ่งขึ้น เพราะโดยปกติแล้วหากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนจริงๆ พี่น้องส่วนใหญ่มักจะไม่ไปที่สถานีตำรวจหรือโรงพัก ดังนั้น หากตำรวจเราไม่ออกไปพบปะเยี่ยมเยียนเอาแต่อยู่แต่ในโรงพักเชื่อแน่ว่าไม่มีทางที่จะรับรู้รับทราบอะไรต่อมิอะไรที่ถูกต้องชัดเจนแน่นอน

การออกพบปะเยี่ยมเยียนทุกครั้งจะได้ข้อมูลข่าวสารเบาะแสต่างๆ กลับมาเสมอซึ่งผมใช้วิธีการปฏิบัตินี้กับงานในหน้าที่อยู่เป็นประจำตลอดเสมอมา

ในภาพนี้เป็นการพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนที่ตลาดเทศบาลตำบลเมืองพานเมื่อเร็วๆ นี้ซึ่งผมทำอัลบั้มทั้งหมดในการเยี่ยมเยียนนี้ไว้อีกส่วนหนึ่ง ท่านใดสนใจกรุณาคลิกดูได้ที่นี่

วิสสาส ปรมา ญาติ ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง

ขอบคุณพี่น้องทุกท่านครับผม

วันพุธที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การปฏิบัติของสายตรวจเดินเท้า (๔ สิงหาคม ๒๕๕๓)

เพื่อให้การบริการพี่น้องประชาชนในด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม สถานีตำรวจภูธรพานจึงได้จัดเจ้าหน้าที่สายตรวจเดินเท้าขึ้นอีก ๑ หน้าที่โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานธุรการประจำสถานีผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันปฏิบัติหน้าที่นี้ทุกคืนตั้งแต่เวลา ๑๙.๐๐-๒๒.๐๐ น. มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติผลัดละ ๒ นายในเขตเทศบาลตำบลเมืองพาน

สำหรับภารกิจและหน้าที่ของสายตรวจเดินเท้านั้นจะเป็นในด้านการพบปะพูดคุย แนะนำพี่น้องประชาชน ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการป้องกันและระงับเหตุต่างๆ ที่อาจจะเกิดขี้นขณะปฏิบัติหน้าที่และนอกจากนี้ยังเป็นการปฏิบัติการด้านจิตวิทยาในเรื่องการปรากฏกายของเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบอีกส่วนหนึ่งด้วย

ภาพด้านบนนี้เป็นการปฏิบัติของสายตรวจเดินเท้าของเราเมื่อคืนที่ผ่านมาโดยเจ้าหน้าที่คืนนี้ประกอบด้วย ด.ต.ยงยุทธ บุญโญ และ ด.ต.บุญศรี หลวงโย

อนึ่ง สำหรับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่สายตรวจเดินเท้านั้นจะขึ้นการควบคุมบังคับบัญชากับผมครับ

ประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจมอบหมายภารกิจก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ (๔ สิงหาคม ๒๕๕๓)

วันนี้เวลาประมาณ ๑๕.๕๐ น. ผมได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ผลัดที่ปฏิบัติหน้าที่ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น. และผลัดที่จะปฏิบัติหน้าที่ระหว่างเวลา ๑๖.๐๐-๒๔.๐๐ น.ที่ตลาดสดหกแยกซึ่งมีพี่น้องประชาชนพลุกพล่านและเห็นการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เป็นอย่างดีตามนโยบายการสร้างความอุ่นใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยก่อนชี้แจงและมอบหมายภารกิจได้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ในเรื่องเครื่องแต่งกาย,อาวุธปืนประจำกาย,อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับสายตรวจและยานพาหนะพบว่าทุกคนมีความพร้อมในทุกด้านและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันท่วงทีโดยไม่มีปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องใดๆ

สำหรับภารกิจที่มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผลัดนี้นำไปปฏิบัติมีดังนี้

๑. ให้หัวหน้าสายตรวจควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแผนการตรวจอย่างเคร่งครัดและจริงจัง
๒. การปฏิบัติช่วงเวลากลางคืนให้เน้นในเรื่องการปรากฏกายให้พี่น้องเห็นได้เด่นชัดเป็นประการสำคัญ
๓. สถานที่ที่จะต้องเน้นการปฏิบัติให้มากเป็นพิเศษได้แก่แหล่งชุมชน,ย่านการค้า รวมถึงร้านอาหาร/สถานบริการที่กลุ่มวัยรุ่นมักจะเข้าไปใช้บริการเพราะอาจเกิดเหตุร้ายหรือสิ่งอันไม่พึงประสงค์ขึ้นได้
๔. หากพบว่ามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีท่าทีว่าน่าจะก่อเหตุให้รีบเข้าไปตรวจสอบในทันทีและถ้าพบว่ามีการกระทำผิดใดๆ เกิดขึ้นให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ทุกกรณี
๕. ให้ใช้วิธีแนะนำพี่น้องประชาชนที่มีพฤติการณ์เสี่ยงต่อการถูกประทุษร้ายต่อทรัพย์ในขณะออกปฏิบัติหน้าที่ด้วย
๖. หลังเวลา ๒๒.๐๐ น.เป็นต้นไปนอกจากจะตรวจตราตามสถานที่ที่แจ้งไว้แล้วให้หมั่นออกตรวจตราดูแลบ้านเรือนหรือที่พักอาศัยของพี่น้องประชาชนด้วยเพราะอาจมีการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักทรัพย์หรืออื่นๆ เกิดขึ้นได้
๗. ให้แจ้งการปฏิบัติเข้าศูนย์วิทยุ สภ.พานทุกครั้งหรืออย่างน้อยทุกๆ ๓๐ นาที
๘. เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจผลัดนี้แล้วให้รวบรวมผลการปฏิบัติบันทึกไว้ในแบบฟอร์มที่กำหนดเก็บไว้ที่ศูนย์ปฏิบัติการสายตรวจเพื่อเจ้าหน้าที่ธุรการงานป้องกันปราบปรามจะได้รวบรวมนำเสนอผู้บังคับบัญชาในการวางแผนการตรวจให้เหมาะสมยิ่งขึ้นต่อไป

เจ้าหน้าที่รับทราบจึงปล่อยแถวออกปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

หลังจากประชุึมเจ้าหน้าที่ตำรวจเสร็จแล้วได้ออกพบปะเยี่ยมเยียนพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในตลาดสดหกแยกเป็นเวลาประมาณ ๔๐ นาที เพื่อสร้างความอุ่นใจและเชื่อมั่นตำรวจให้เกิดกับพี่น้องประชาชน โดยการพบปะครั้งนี้ก็จะคล้ายๆ กับทุกครั้งที่ผ่านมาคือนอกจากจะนำข่าวสารหรือสิ่งใหม่ๆ ที่้เกิดขึ้นในแวดวงโรงพักของเราที่พี่น้องยังไม่ค่อยรู้ไปบอกรวมถึงข้อแนะนำในการป้องกันอาชญากรรม,การใช้รถใช้ถนน,ยาเสพติดฯ แล้วยังได้รับข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ ที่พี่น้องมีเบาะแสเพื่อนำไปประกอบการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอีกส่วนหนึ่งด้วย ก็ต้องขอขอบพระคุณพี่น้องทุกท่านมา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูงนะครับ

<< ภาพประกอบ (๑๑ ภาพ) >>

ตั้งจุดตรวจที่หน่วยบริการประชาชนตำบลแม่เย็น (๔ สิงหาคม ๒๕๕๓)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น. ผมพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยบริการประชาชนตำบลแม่เย็นรวม ๗ คนร่วมกันตั้งจุดตรวจบริเวณหน้าหน่วยบริการฯ ตามแผนการตรวจประจำวัน

สภาพบรรยากาศวันนี้ช่วงแรกๆ ที่ตั้งจุดตรวจอากาศปลอดโปร่ง ไม่มีฝนตกลงมาให้เกิดอุปสรรคหรือปัญหาในการตั้งจุดตรวจ ต่อมาเมื่อถึงเวลาประมาณ ๑๑.๐๐ น.มีฝนตกลงมาบ้างประปรายแต่ไม่มากสามารถเรียกตรวจยานพาหนะหรือบุคคลต้องสงสัยได้เหมือนเดิม โดยฝนตกลงมาประมาณ ๒๐ นาที

ในส่วนของยวดยานพาหนะที่ผ่านจุดตรวจเหมือนปกติดังเช่นทุกวันคือมีอยู่บ้างเป็นบางช่วงที่ยวดยานพาหนะผ่านจุดตรวจมากสักหน่อยแต่พวกเราก็คัดกรองหรือเรียกตรวจเฉพาะบางคันที่ต้องสงสัยหรือได้ข่าวสารข้อมูลมาเท่านั้น จึงไม่เป็นปัญหาหรือสร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องที่ผ่านไปมา

การตั้งจุดตรวจวันนี้เสร็จสิ้นเมื่อเวลาประมาณ ๑๒.๐๐ น. และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ ๔ คนเพศชายข้อกล่าวหาผิด พ.ร.บ.ยาเสพติด จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.พานดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

<< ภาพประกอบ (๖๐ ภาพ) >>

ประชาสัมพันธ์โครงการประกวดภาพวาดและภาพถ่ายของตำรวจภูธรภาค ๕ (๔ สิงหาคม ๒๕๕๓)

ตำรวจภูธรภาค ๕ (ภ.๕) มีหนังสือที่ ๐๐๒๐.๑๖๒/๖๖๓๙ ลงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ แจ้งว่า ภ.๕ ได้จัดทำโครงการ ๑๑๑ ปีตำรวจภูธรภาค ๕ สุข สงบ สันติ และโครงการจัดงานสถาปนาตำรวจภูธรภาค ๕ ครบรอบ ๑๑๑ ปีขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ได้แก่ การประกวดภาพวาด การประกวดภาพถ่าย และการแข่งขันกีฬาฟุตบอลเพื่อความสุข สงบ สันติ เป็นต้น โดยการประกวดภาพวาดและการประกวดภาพถ่ายนั้นได้เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดภายในวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ เพื่อชิงเงินรางวัลพร้อมถ้วยรางวัล และจะจัดให้มีการมอบรางวัลในวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นวันจัดงานสถาปนาตำรวจภูธรภาค ๕ ครบรอบ ๑๑๑ ปี จึงแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดทุกแห่งประชาสัมพันธ์ให้ข้าราชการตำรวจทราบและเชิญชวนข้าราชการตำรวจและครอบครัว ประชาชนโดยทั่วไป นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมการประกวดภาพวาดและภาพถ่ายครั้งนี้โดยทั่วกัน

พี่น้องท่านใดสนใจที่จะเข้าร่วมประกวดในโครงการนี้สามารถคลิกรายละเอียดดูได้ในภาพถ่ายที่ผมนำมาประกอบด้านซ้ายมือนี้นะครับ

ขอบคุณครับผม

วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการประชาชนตำบลป่าหุ่ง (๓ สิงหาคม ๒๕๕๓)

วันนี้เวลาประมาณ ๑๖.๔๕ น.ผมเดินทางไปตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยบริการประชาชนตำบลป่าหุ่งพบ ด.ต.ชัยเฉลิม เทพเกสร พร้อมกับพวกรวม ๒ คนอยู่ปฏิบัติหน้าที่รายงานไม่มีเหตุ

การตรวจครั้งนี้พบว่าความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของอาคารที่ทำการเจ้าหน้าที่จัดทำไว้เป็นอย่างดี ในส่วนของข้อมูลที่ยังมีส่วนบกพร่องอยู่และผมได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินการเมื่อครามาตรวจเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๓ นั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้แก้ไขปรับปรุงและเพิ่มเติมไว้จนครบถ้วนสมบูรณ์แล้วจึงขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

สำหรับภารกิจที่แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบและนำไปปฏิบัตินั้นมีลักษณะเช่นเดียวกันกับการเดินทางมาตรวจเยี่ยมเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๓ แต่ได้เน้นให้เจ้าหน้าที่หมั่นออกตรวจตราดูแลพี่น้องช่วงที่ออกเดินทางไปทำงานประจำวันให้มากเป็นพิเศษไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวันหรือกลางคืนเพราะอาจมีคนร้ายหรือผู้ไม่ประสงค์ดีเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์ของพี่น้องได้ และหากมีเหตุการณ์ผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นให้รีบรายงานให้ทราบทันที

เจ้าหน้าที่รับทราบ

<< ภาพประกอบ (๑๒ ภาพ) >>

พบปะพี่น้องประชาชนทางวิทยุชุมชน (๓ สิงหาคม ๒๕๕๓)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๖.๐๕-๑๖.๒๕ น.ผมเดินทางไปดำเนินรายการทางวิทยชุมชนตำบลป่าหุ่ง ระบบ F.M.ความถี่ ๑๐๒.๕๐ MHz. ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเหมืองหลวง หมู่ที่ ๙ ตำบลป่าหุ่ง ห่างจาก สภ.พานไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๕ กิโลเมตรเศษเพื่อพบปะพี่น้องประชาชนอำเภอพานโดยการกระจายเสียงและเผยแพร่สาระน่ารู้ความเข้าใจด้านต่างๆ ตามหลักการชุมชนสัมพันธ์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด

การดำเนินรายการในวันนี้ผมได้นำเสนอเรื่องราวต่อพี่น้องผู้ฟังสรุปได้ดังนี้
๑. แจ้งขอความร่วมมือพ่อแม่ผู้ปกครองช่วยสอดส่องดูแลบุตรหลานหรือผู้ที่อยู่ในความปกครองซึ่งอยู่ในวัยเรียนหนังสือเป็นพิเศษ อย่าให้เด็กๆ เหล่านั้นมีพฤติการณ์หรือการกระทำที่ส่อไปในทางมิชอบได้เพราะอาจส่งผลเสียทั้งต่อตัวเด็กเองและพ่อแม่ผู้ปกครองในที่สุดซึ่งผมได้ยกตัวอย่างกรณีเด็กนักเรียนหนีเรียนเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ให้ผู้ฟังรับทราบ
๒. แนะนำวิธีการป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สินในเคหสถานในเวลาที่พ่อแม่พี่น้องผู้ฟังออกจากบ้านไปทำงานรวมถึงช่วงเดินทางไปตามที่ต่างๆ
๓. การเคารพและปฏิบัติตามกฏจราจรซึ่งมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในช่วงนี้ที่เป็นฤดูฝนค่อนข้างมาก พร้อมยกตัวอย่างและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้พี่น้องฟังด้วย
๔. ขอความร่วมมือพี่น้องที่รู้เบาะแสข้อมูลการกระทำผิดของคนร้ายหรือการกระทำผิดอื่นๆ แจ้งข้อมูลนั้นๆ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พานรับทราบทางโทรศัพท์หมายเลข ๐๕๓-๗๒๑๕๑๕,๐๕๓-๗๒๑๑๙๑ , เขียนข้อมูลเป็นจดหมายส่งไปที่ สภ.พาน ตำบลเืมืองพาน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย รหัสไปรษณีย์ ๕๗๑๒๐ หรือแจ้งแก่ตำรวจ,บุคคลที่พี่น้องไว้วางใจก็ได้ โดยข้อมูลอันมีค่าที่พี่น้องแจ้งแก่เรานั้นจะนำไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องทันทีโดยจะปกปิดเรื่องของผู้แจ้งไว้เป็นความลับ
๕. ความบันเทิงทางด้านเสียงเพลงเล็กน้อย

ขอบคุณวิทยุชุมชนตำบลป่าหุ่ง F.M.๑๐๒.๕๐ MHz.เป็นอย่างสูงที่กรุณาให้เวลาในวันนี้แก่ผมรวมถึงพี่น้องผู้ฟังทุกคนที่ติดตามรับฟังมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

<< ภาพประกอบ (๕ ภาพ) >>

ประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจมอบหมายภารกิจก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ (๓ สิงหาคม ๒๕๕๓)

วันนี้เวลาประมาณ ๑๕.๕๐ น.ผมได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ผลัดที่จะปฏิบัติหน้าที่ระหว่างเวลา ๑๖.๐๐-๒๔.๐๐ น.เพื่อชี้แจงและมอบหมายภารกิจก่อนออกปฏิบัติหน้าที่บริเวณหน้าอาคารที่ทำการ สภ.พาน โดยก่อนประชุมและมอบหมายภารกิจได้ตรวจสอบความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในเรื่องเครื่องแต่งกาย,อาวุธปืนประจำกาย,อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับสายตรวจและยานพาหนะแล้วพบว่าอยู่ในความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดีโดยไม่มีปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้อง


สำหรับภารกิจที่มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผลัดนี้ถือปฏิบัติมีดังนี้
๑. ให้ถือปฏิบัติตามข้อสั่งการในการประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๓ อย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะในเรื่องการรายงานข้อมูลผลการปฏิบัติเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจของแต่ละผลัดตามแบบฟอร์มที่กำหนด
๒. นอกจากการรายงานซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติแล้วที่สำคัญอย่างยิ่งยวดมากกว่าสิ่งใดๆ ก็คือ "การปฏิบัติหน้าที่" ทุกคนจะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ทุ่มเท เสียสละและอดทนเพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชน
๓. ผลัดนี้มีการปฏิบัติในช่วงเวลากลา่งคืินด้วยซึ่งอาจจะมีเหตุไม่สมควรเกิดขึ้นบ่อยครั้งกว่าเวลากลางวันโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่บางแห่งที่อาจมีพี่น้องผู้คนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น ร้านอาหาร สถานบริการหรือแหล่งชุมชน จึงให้ออกตรวจตราดูแลจุดต่างๆ เหล่านี้เป็นพิเศษด้วย
๔. วันนี้ช่วงเช้าพบนักเรียนจำนวน ๔ คนอยู่นอกโรงเรียนโดยไม่ยอมไปเรียนหนังสือเฉกเช่นเพื่อนๆ คนอื่น จากการสอบถามเด็กๆ เหล่านี้บอกว่าจะไปเล่นเกมซึ่งได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว จึงขอให้สายตรวจผลัดนี้ออกหมั่นแวะเวียนตรวจตราร้านเกม อินเตอร์เน็ตในเขตพื้นที่รับผิดชอบอย่าให้มีการเข้าไปใช้บริการในลักษณะที่ผิดกฎหมายเกิดขึ้น หากมีให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่รวมทั้งแนะนำเจ้าของ/ผู้ประกอบการเพื่อขอความร่วมมือในส่วนนี้ด้วย
๕. การปฏิบัติหน้าที่ห้ามตั้งอยู่ในความประมาทเป็นอันขาดให้พึงระลึกถึงอุดมคติตำรวจตอนหนึ่งที่ว่า "รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต" อยู่เสมอเพื่อเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่
๖. ให้แจ้งจุดหรือการปฏิบัติหน้าที่สำคัญๆ เข้าศูนย์วิทยุ สภ.พานทุกครั้งหรืออย่างน้อยทุกๆ ๓๐ นาที และหากมีสิ่งผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นให้รีบรายงานผู้บังคับบัญชาทันที

เจ้าหน้าที่รับทราบ

<< ภาพประกอบ (๑๘ ภาพ) >>

นักเรียนหนีเรียน (๓ สิงหาคม ๒๕๕๓)

วันนี้เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น.ช่วงที่ผมกับเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์ออกตระเวนตรวจตราดูแลความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในเขตตำบลหนึ่งห่างจาก สภ.พานประมาณ ๑๐ กิโลเมตรได้พบนักเรียนชาย ๔ คนซึ่งแต่งชุดเครื่องแบบนักเรียนนั่งจับกลุ่มพูดคุยกันบริเวณจุดซึ่งทำเป็นที่พักหรือรอรถโดยสารจึงเข้าไปสอบถามได้ความว่าเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ ๒ ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตอำเภอพาน เหตุที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่นั้นเนื่องจากช่วงเช้าเด็กๆ ทั้ง ๔ คนไม่เข้าโรงเรียนเหมือนกับเพื่อนๆ เพราะไม่อยากเรียนหนังสือและต้องการไปเล่นเกมที่ร้านเกมใกล้เคียงกับจุดที่พบนั้น

เนื่องจากพฤติการณ์ของเด็กๆ ทั้ง ๔ คนนี้เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมกับวัยซึ่งช่วงนี้จะต้องหมั่นศึกษาหาความรู้เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีอนาคตของชาติในภายภาคหน้า รวมทั้งไม่ต้องการให้เด็กๆ เหล่านี้มีพฤติการณ์เช่นนี้อีก ผมจึงนำเด็กทั้ง ๔ คนไปที่ สภ.พานเพื่อซักถามเพิ่มเติมและบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ หลังจากนั้นได้ประสานไปยังโรงเรียนที่เด็กเหล่านี้เรียนหนังสืออยู่เพื่อให้รับตัวกลับเข้าโรงเรียนตามปกติ ซึ่งหลังจากประสานได้ไม่นานครูฝ่ายปกครองของโรงเรียนก็มารับตัวไป

อยากจะฝากเรื่องนี้ไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กๆ ด้วยนะครับว่าอย่าลืมเอาใจใส่ดูแลหรือให้ความรักความอบอุ่นแก่เขาให้มากหน่อยเพราะบางอย่างเด็กทำลงไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และอาจไปทำความผิดที่ส่งผลกระทบต่อท่านหรืออนาคตของเขาโดยไม่รู้ตัวก็ได้ ซึ่งในส่วนของตำรวจเราก็จะคอยสอดส่องดูแลเด็กๆ ของท่านให้อีกทางหนึ่ง

เพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ ที่อำเภอพานนั้นตำรวจของเรากับคณะครูจะทำงานประสานเรื่องนี้ระหว่างกันตลอด ทำให้เวลานี้พบเด็กๆ หนีโรงเรียนน้อยมาก รวมถึงพี่น้องที่พบเห็นก็จะกรุณาแจ้งให้พวกเราทราบทุกครั้ง จึงขอฝากความขอบคุณทุกท่านผ่านบล็อกผมนี้มาด้วย

มาช่วยกันนะครับเพื่ออนาคตของลูกหลานเราทุกคน

ขอบคุณครับผม

วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ภาพการประหารชีวิตสมัยก่อน (ขออนุญาตไม่มีคำบรรยายครับ) (๒ สิงหาคม ๒๕๕๓)






































ตั้งจุดตรวจที่หน่วยบริการประชาชนตำบลแม่เย็น (๒ สิงหาคม ๒๕๕๓)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น.เป็นต้นไปผมพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยบริการประชาชนตำบลแม่เย็นรวม ๖ คนร่วมกันตั้งจุดตรวจบริเวณหน้าหน่วยบริการฯเพื่อระงับยับยั้ง ตรวจค้นบุคคลผู้ต้องสงสัยและจับกุมผู้กระทำผิดตามแผนการตรวจประจำวัน

การตั้งจุดตรวจครั้งนี้พวกเราถือปฏิบัติตามมาตรการการปฏิบัติเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ และจุดสกัดของกรมตำรวจ (สำนักงานตำรวจแห่งชาติในปัจจุบัน) ตามหนังสือที่ ๐๖๒๕.๒๓/๓๗๗๙ ลงวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๔๐ อย่างเคร่งครัด ซึ่งท่านสามารถคลิกดูรายละเอียดของมาตรการนี้ได้ที่นี่

สภาพทั่วไปในวันนี้ยวดยานพาหนะมีไม่ค่อยพลุกพล่านนักซึ่งคงจะเป็นช่วงเวลาที่พี่น้องกำลังทำงานหรือปฏิบัติภาระหน้าที่กันอยู่นั่นเอง ลักษณะภูมิอากาศขณะตั้งจุดตรวจท้องฟ้าค่อนข้างมืดครึ้มออกสักหน่อย เมฆยังคงมีอยู่ประปรายแต่ไม่มีฝนตกลงมา พี่น้องที่ผ่านจุดตรวจของเราให้ความร่วมมือดีัมาก โดยนอกจากพวกเราจะตรวจยานพาหนะหรือบุคคลที่ต้องสงสัยแล้วยังได้ให้บริการด้านต่างๆ แก่พี่น้องไปตัวอีกด้วย

เสร็จสิ้นการตั้งจุดตรวจเมื่อเวลาประมาณ ๑๖.๐๐ น.

<< ภาพประกอบ (๒๕ ภาพ) >>

ประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจ (๒ สิงหาคม ๒๕๕๓)

วันนี้เวลาประมาณ ๑๑.๐๐ น. ผมพร้อมด้วย ร.ต.ท.เกรียงศักดิ์ มณีจันสุข รอง สวป.ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์,รถจักรยานยนต์และสายตรวจตำบล (หน่วยบริการประชาชนหรือตู้ยาม) จำนวนประมาณ ๔๐ คน ที่ห้องนโยบายและแผนเพื่อชี้แจงข้อราชการและการปฏิบัติงาน

การประชุมในวันนี้มีึสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
๑. ให้เคร่งครัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ
๒. การปฏิบัติให้ดำเนินการตามคู่มือว่าด้วยการจัดสายตรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ฉบับปรับปรุงปี พ.ศ.๒๕๔๓) เป็นสำคัญ
๓. การปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง ทุกจุดและทุกเหตุการณ์จะต้องมีบันทึกผลการปฏิบัติตามแบบฟอร์มที่กำหนดและแจกจ่ายให้เจ้าหน้าที่ในการประชุมครั้งนี้ไว้ทุกครั้ง โดยให้เก็บบันทึกการปฏิบัติไว้ที่หน่วย ๑ ชุดและจัดส่งเจ้าหน้าที่ธุรการงานป้องกันปราบปรามทุกวันที่ ๒๕ ของเดือนอีก ๑ ชุดเพื่อรวบรวมไว้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินการหรือปรับแผนการจัดสายตรวจให้เหมาะสมยิ่งขึ้นต่อไป
๔. ให้ออกสืบสวนหาข่าวคราวความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่รับผิดชอบอย่างสม่ำเสมอ หากมีความเคลื่อนไหวใดๆ ที่สำคัญหรือสมควรแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบให้รายงานให้ทราบทันที
๕. ให้ออกพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนในเขตพื้นที่รวมทั้งแนะนำ ให้ความช่วยเหลือหรือดำเนินการอื่นที่สมควรเท่าที่จะสามารถกระทำได้
๖. การออกปฏิบัติหน้าที่ให้รายงานเข้าศูนย์วิทยุทุกครั้ง
๗. ผู้บังคับบัญชาจะออกสุ่มตรวจการปฏิบัติและการดำเนินการในการประชุมครั้งนี้ิโดยจะไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า จึงขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา

เจ้าหน้าที่รับทราบ

เลิืกประัชุมเวลาประมาณ ๑๑.๕๐ น.

<< ภาพประกอบ (๒๕ ภาพ) >>

ตรวจสุขภาพประจำปี (๒ สิงหาคม ๒๕๕๓)

วันนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๘.๓๐ น.เป็นต้นไป สภ.พานได้จัดให้มีการตรวจสุขภาพข้าราชการประจำปีขึ้นที่ สภ.พาน ผู้เข้ารับการตรวจเป็นข้าราชการตำรวจของ สภ.พานจำนวน ๑๗๔ คนและจาก สภ.แม่อ้อจำนวน ๔๔ คนรวมทั้งสิ้น ๒๑๘ คน สำหรับคณะแพทย์และพยาบาลนั้นมาจากโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ศรีบุรินทร์ เชียงราย

การตรวจในวันนี้มีขั้นตอนดังนี้
๑. กรอกเอกสารที่เกี่ยวข้อง
๒. ส่งปัสสาวะ,อุจจาระ
๓. ลงทะเบียน
๔. วัดความดัน
๕. เจาะเลือด
๖. X-ray
๗. กรณีอายุเกินกว่า ๔๕ ปีจะตรวจการทำงานของหัวใจโดยคลื่นไฟฟ้าอีกส่วนหนึ่ง

สำหรับการตรวจสุขภาพข้าราชการตำรวจประจำปีนั้นเป็นไปตามประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ ๒๐ บทที่ ๕ ที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายจะต้องทำการตรวจสุขภาพให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมของปี โดยเมื่อตรวจเสร็จสิ้นแล้วให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยนั้นรายงานผลของการตรวจ โดยแจ้งยอดกำลังตำรวจทั้งหมด ยอดที่ได้รับการตรวจสุขภาพ และทำบัญชีรายชื่อเฉพาะผู้มีโรคโดยให้มีช่องยศ นาม นามสกุล อายุ ตำแหน่ง ชื่อโรค และหมายเหตุเสนอผ่านตามลำดับชั้นส่งสำนักงานแพทย์ใหญ่ภายในเดือนธันวาคมทุกปี และเมื่อสำนักงานแพทย์ใหญ่ได้รับรายงานการตรวจสุขภาพประจำปีแล้วจะดำเนินการดังนี้
๑. ทำสถิติของการตรวจสุขภาพเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติในเดือนมีนาคมของทุกปี
๒. พิจารณาว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดสมควรจะให้การรักษาบำรุงร่างกายอย่างใด หากสมควรจะเรียกเข้ามาตรวจรักษาในโรงพยาบาลตำรวจก็ให้ทำหนังสือให้ส่งตัวมารับการตรวจรักษา เมื่อปรากฏว่ามีข้าราชการตำรวจป่วยเป็นโรคต้องห้ามตามกฎ ก.พ. ให้สำนักงานแพทย์ใหญ่ทำรายงานพร้อมกับความเห็นเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

<< ภาพประกอบ (๗๙ ภาพ) >>

วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ออกไปสืบสวนผู้ร้ายด้วยตนเอง (๑ สิงหาคม ๒๕๕๓)

สวัสดีครับ พ.ต.ท.สุพจน์ มัจฉา ครับผม

วันนี้วันอาทิตย์แรม ๖ ค่ำ เดือน ๘ หลัง ปีขาล รัตนโกสินทรศก ๒๒๙ ตรงกับวันที่ ๑ สิงหาคม พุทธปรินิพพานล่วงแล้ว ๒๕๕๓ ปี วันเริ่มแรกแห่งเดือนที่ ๘ ของปีปฏิทินรวมทั้งเป็นวันหยุดสำหรับพี่น้องหลายๆ คนด้วย ขอให้มีความสุข สนุกสนาน รื่นเริง เบิกบานฤทัยโดยทั่วกัน รวมทั้งขออำนวยอวยพรมายังท่านที่มีวันคล้ายวันเกิดตรงกับวันนี้ให้มีสุขภาพจิต สุขภาพกายแข็งแรง มีเงินมีทองใช้เยอะๆ เป็นที่รักของทุกคนด้วยนะขอรับ

เมื่อสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ประเทศไทยของเรามีการปฏิรูปการปกครองท้องที่หรือบ้านเมืองไปจากสมัยก่อนหน้านั้นอยู่หลายประการด้วยกัน อย่างเช่นการจัดตั้งกระทรวง ทบวง กรม เทศาภิบาล เจ้าเมือง กรมการอะไรประมาณนี้ ต่อมาหลายอย่างถูกยกเลิกไปตามสภาพของยุคสมัย แต่หลายอย่างก็ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบันอย่างเช่น กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ เป็นต้น

วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเทศาภิบาล เจ้าเมืองกรมการสมัยนั้นก็คือมีพระราชประสงค์ที่จะทรงปกครองป้องกันเหตุร้าย รักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้อยู่เย็นเป็นปกติสุข ปราศจากโจรผู้ร้ายหรือสิ่งที่จะทำให้อาณาประชาราษฎรของพระองค์มีความทุกข์ร้อนโดยการให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเอาใจใส่ดูแลและทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถซึ่งนั่นก็คือที่มาของข้อเขียนในวันนี้ "ให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ออกไปสืบสวนผู้ร้ายด้วยตนเอง" ที่จะนำมาเสนอให้ทุกท่านได้ทราบกัน

ท่านที่รักครับ เรื่องนี้เป็นประกาศกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๕ สมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ ลงนามโดยมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยายมราช เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๓๙ หน้า ๑๑๕-๑๑๘ มีสาระสำคัญดังนี้

ด้วยในเวลานี้เกิดโจรผู้ร้ายชุมชุมขึ้นในท้องที่หลายมณฑล (ดูรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องมณฑลได้
ที่นี่) ซึ่งสาเหตุจะเป็นด้วยสิ่งใดบ้างก็ตาม แต่เมื่อได้ระลึกถึงหน้าที่ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีเทศาภิบาล เจ้าเมือง กรมการขึ้นมาก็ด้วยพระราชประสงค์ที่จะทรงปกครองป้องกันเหตุร้าย รักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้อยู่เย็นเป็นปกติสุข ถ้าหากเจ้าหน้าที่ทั้งหลายซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้ปกครองจะไม่พร้อมใจกันเข้าบุกบั่นปราบปรามโจรผู้ร้ายเสียให้สงบให้ราษฎรอุ่นใจแล้วค้นหาสาเหตุและที่มาแห่งเหตุซึ่งมีอยู่หลายอย่างรวมกันขึ้นพิจารณาแก้ไขเสียโดยเต็มกำลังเสียแต่บัดนี้ก็เท่ากับไม่ได้ปกครองหรือสิ้นความสามารถของผู้ปกครองในท้องที่นั้นๆ แล้ว และหากเป็นเช่นนั้นก็จะต้องให้คนอื่นเข้ามาจัดการแทนต่อไป จึงจะได้ชื่อว่าตั้งใจทำราชการสนองพระเดชพระคุณอย่างเต็มกำลังความสามารถในหน้าที่ของตน

เพื่อให้กวดขันการปกครองอันเป็นส่วนสำคัญเหล่านี้ จึงได้วางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

๑. เมื่อเกิดคดีอุกฉกรรจ์ ปล้น ชิงทรัพย์ ฆ่ากันตายขึ้นในจังหวัดใดเมื่อใด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกับผู้บังคับกองตำรวจจังหวัดนั้นๆ ต้องออกไปหรือแยกกันไปสืบและไต่สวนในที่เกิดเหตุด้วยตนเองในทันที ถ้าไปไม่ได้ด้วยเหตุใด ให้รายงานชี้แจงส่งตามลำดับจนถึงกระทรวง

๒. ถ้าในคดีเรื่องใดยังไม่ได้ตัวหรือยังไม่ได้หลักฐานหรือของกลาง ก็ให้ผลัดเปลี่ยนกันอยู่ทำการสืบสวนโดยเต็มกำลังและความสามารถ

๓. ถ้าผู้ร้ายหลบหนีไปที่ใด จังหวัดใดในมณฑลใดภายในพระราชอาณาจักรก็ให้แยกย้ายกันติดตามไปโดยแข็งแรงให้ถึงที่สุดเต็มความสามารถ เพื่อได้ตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมาย ถ้าเป็นเรื่องสำคัญก็ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดออกติดตามไปด้วยตนเอง

๔. ถ้าเรื่องใดสิ้นความสามารถแน่แล้วก็ให้รายงานชี้แจงการที่ได้กระทำไปแล้วมาให้ทราบ

๕. ในเรื่องอั้งยี่สมาคมมั่วสุมประชุมกันที่ผิดกฎหมายอันเป็นเหตุร้าย ให้ทำการสืบสวนหาหลักฐานและจัดการโดยแข็งแรงเพื่อทำลายและฟ้องร้องหรือจัดการเนรเทศเสียให้จงได้

๖. ถ้าท้องที่ใดจังหวัดใดเกิดโจรผู้ร้ายชุกชุม ให้สมุหเทศาภิบาล ปลัดมณฑล ผู้บังคับตำรวจมณฑลแยกกันออกไปประจำจัดการอยู่ในท้องที่อำเภอนั้นๆ จนกว่าจะสงบเรียบร้อยแล้วจึงให้กลับ

๗. ให้เจ้าพนักงานผู้ปกครองท้องที่ทุกชั้นจงเป็นที่เข้าใจให้แน่ชัดว่า การจับผู้ร้ายนั้นจะไม่ถือเป็นความชอบ เป็นแต่นับว่าผู้นั้นได้กระทำการครบถ้วนแก่หน้าที่เท่านั้น แต่จะถือเป็นความชอบต่อเมื่อได้ปกครองป้องกันเหตุร้ายให้ชีวิตและทรัพย์สมบัติของข้าแผ่นดินในท้องที่นั้นอยู่เย็นเป็นปกติสุขพอสมควร เพราะไม่มีเหตุการณ์หรือมีแต่น้อยเป็นการจรแปลกมา

แลจะถือเป็นความผิด ความบกพร่องเมื่อการปกครองยุ่งยิ่งไม่เรียบร้อยเพราะปราบปรามโจรผู้ร้ายไม่ราบคาบก็ตาม หรือเพราะแตกความสามัคคีในฝ่ายเจ้าพนักงานผู้ปกครองท้องที่ไม่กลมเกลียวกันด้วยการแย่งยื้อถืออำนาจไม่เป็นผู้ใหญ่ผู้น้อยอันเป็นต้นเหตุให้เกิดเสียหายแก่ราชการก็ตาม ให้ผู้บังคับบัญชาทุกชั้นจงถือเป็นข้อสำคัญที่จะระมัดระวังและจัดการตามอำนาจในทันที

แลด้วยเหตุนี้ให้ผู้บังคับบัญชาทุกชั้นงดการขอบำเหน็จความชอบในเรื่องเจ้าพนักงานจับผู้ร้ายได้ตั้งแต่บัดนี้ไป นอกจากจะขอให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและราษฎรที่ช่วยเจ้าพนักงานหรือขอบำเหน็จบำนาญเป็นเงินซึ่งได้มีระเบียบอยู่แล้วหรือที่จะมีต่อไป เป็นแต่ให้รายงานการกระทำว่ามีผลเพียงไรเท่านั้น

แลให้เสนอความชอบความดีเฉพาะผู้ที่ได้ทำการปราบปรามแล้วและสามารถจัดการรักษาการปกครองท้องที่เรียบร้อยเป็นปกติดี เป็นที่นิยมชมชื่นของประชาชนผู้อยู่ในความคุ้มครอง

ทั้งนี้ ให้ถือเป็นระเบียบโดยเคร่งครัด

กระทรวงมหาดไทย

วันที่ ๒๖ สิงหาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๕

มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยายมราช

เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย

ประทับตราพระราชสีห์น้อยมาเป็นสำคัญ


ครับ นั่นก็คือประกาศกระทรวงมหาดไทยสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ เมื่อเกือบๆ ร้อยปีมาแล้วที่เน้นและกำชับให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ต้องออกสืบสวนติดตามคนร้ายในกรณีเกิดเหตุฉกรรจ์สะเทือนขวัญเป็นที่หวาดหวั่นพรั่นพรึงต่อประชาชนทั่วไปด้วยตนเองอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อประชาชนจะได้เกิดความอุ่นใจหรือมั่นใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้สมกับพระราชประสงค์ขององค์พระมหากษัตริย์ที่จะทรงปกครองป้องกันเหตุร้าย รักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้อยู่เย็นเป็นปกติสุข

ในทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจเรานั้นได้ยึดถือและดำเนินการตามระเบียบนี้มาโดยตลอดและต่อเนื่องยาวนานจนถึงปัจจุบัน ซึ่งพี่น้องหลายท่านคงจะเคยได้ยินได้ฟังอยู่บ่อยครั้งในกรณีเกิดเหตุร้ายหรือเหตุฉกรรจ์สะเทือนขวัญ เช่น ฆ่าคนตาย,ปล้นทรัพย์,ชิงทรัพย์ ฯ ที่นอกจากตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุจะต้องออกสืบสวนติดตามหรือดำเนินการอย่างเต็มกำลังความสามารถแล้วผู้บังคับบัญชาระดับสูง เช่น ผู้บังคับการหรือสูงกว่าจะออกตรวจหรือติดตามเรื่องนั้นด้วยตนเองแทบจะทุกครั้ง การปฏิบัติหรือการดำเนินการของผู้บังคับบัญชาระดับสูงนั้นนอกจากจะเป็นไปตามระเบียบหรือคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่กำหนดมาเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วท่านยังจะได้นำประสบการณ์ ความรู้ความสามารถที่สั่งสมมาแนะนำชี้แจงแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ รวมไปถึงเป็นการระดมกำลังสมองของหลายๆ คนเข้าจัดการแก้ไขในเรื่องที่เกิดขึ้นให้สามารถรู้ตัวและจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งหากตำรวจเราสามารถจัดการได้เร็วเพียงใดประชาชนก็จะมีความอุ่นใจมากขึ้นเพียงนั้น

ในตอนท้ายผมใคร่ขอแสดงความคิดเห็นเรื่องหนึ่งโดยนำมาจากประกาศฉบับนี้ครับ

พี่ๆ น้องๆ ตำรวจทุกคนคงได้เห็นและนำพระบรมราโชวาทของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ไปเป็นแนวทางหรือหลักปฏิบัติในหน้าที่การงานตั้งแต่วันแรกที่เริ่มรับราชการกันแล้วนั่นก็คือพระบรมราโชวาทที่มีใจความตอนหนึ่งว่า "...การจับผู้ร้ายนั้นจะไม่ถือเป็นความชอบ เป็นแต่นับว่าผู้นั้นได้กระทำการครบถ้วนแก่หน้าที่เท่านั้น..." ใจความในพระบรมราโชวาทนี้เท่าที่ผมพบเห็นตามหน่วยงานตำรวจหลายแห่งจะไม่เหมือนกันเสียเลยทีเดียวถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นไปในแนวทางหรือรูปแบบเดียวกันก็ตาม อย่างเช่นหน่วยงานแห่งหนึ่งเขียนว่า "...การจับผู้ร้ายนั้นไม่ถือเป็นความชอบ..." แต่บางหน่วยงานเขียนว่า "...การจับผู้ร้ายนั้นจะไม่ถือเป็นความชอบ..." (มีและไม่มีคำว่า "จะ") บางหน่วยงานเขียนว่า "...ได้ปกครองป้องกันเหตุร้าย...." แต่บางหน่วยงานเขียนว่า "...ได้ปกครองคุ้มกันเหตุร้าย..." หรืออีกตอนหนึ่งบางหน่วยงานเขียนว่า "...ให้ชีวิตและทรัพย์สินของข้าแผ่นดิน..." แต่บางหน่วยงานเขียนว่า "...ให้ชีวิตและทรัพย์สมบัติของข้าแผ่นดิน..." เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าพระบรมราโชวาทนี้หน่วยงานตำรวจเขียนหรืออัญเชิญมาไม่เหมือนหรือตรงกันนัก แล้วข้อความที่ถูกต้องแท้จริงเป็นอย่างไรเพราะเราก็ยังไม่เคยเห็นที่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรมาก่อน (หรืออาจจะมีใครสักคนเคยพบเห็นส่วนนี้บ้าง หากมีผมใคร่ขอความกรุณานำมาเฉลยเผยแพร่ต่อๆ กันด้วยจะเป็นวิทยาทานอย่างสูง) ผมขออธิบายเพื่อทำความเข้าใจดังนี้

คนไทยเราทุกคนเคารพเทิดทูนสถาบันและองค์พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์เป็นอย่างสูงยิ่งมาตั้งแต่มีประเทศไทยจวบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งทุกคนคงทราบกันแก่ใจดีแล้วว่าความรู้สึกนั้นเป็นอย่างไร สิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์พระมหากษัตริย์คนไทยเราถือเป็น "ของสูง" และ "มีค่ายิ่ง" ที่จะเทิดทูนหวงแหนและน้อมนำมาใส่เกล้าฯ เป็นหลักการในการดำเนินชีวิตทั้งส่วนตัวและหน้าที่การงานโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "พระราชดำรัส" "พระบรมราโชวาท" ทั้งหลาย การน้อมนำพระราชดำรัสหรือพระบรมราโชวาทที่พระราชทานนั้นหากเป็นในเรื่องของการกระทำคนไทยเราก็จะประพฤติหรือปฏิบัติตามที่พระองค์ให้ไว้ แต่หากเป็นการ "อัญเชิญ" พระบรมราโชวาทหรือพระราชดำรัสไปเผยแพร่บอกกล่าวไม่ว่าจะด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรก็ตามผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนจะต้องอัญเชิญข้อความที่ถูกต้อง ครบถ้วน ไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่คำเดียวอย่างแน่นอน เพราะอย่างที่บอกว่าสิ่งเหล่านี้คนไทยเราถือเป็น "ของสูง" และสำคัญยิ่งจะผิดพลาดตกหล่นจากการที่ได้เคยทรงมีพระบรมราโชวาทหรือพระราชดำรัสไว้แล้วไม่ได้ จะต้องเป็นไปตามนั้นทุกถ้อยทุกคำ ยิ่งหากเป็นการอัญเชิญไปเผยแพร่ที่เป็นลายลักษณ์อักษรหรือของส่วนราชการด้วยแล้วจะต้องระมัดระวังอย่างยิ่งยวด

เมื่อคนไทยทุกคนถือเรื่องเหล่านี้เป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญยิ่งมาตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบันแล้ว ดังนั้น ข้อความที่ปรากฏในประกาศกระทรวงมหาดไทยข้อ ๗ นั้นจึงถือว่าเป็นการอัญเชิญมาจากพระบรมราโชวาทของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ที่เคยพระราชทานไว้เมื่อครั้งก่อน (แต่จะเมื่อใดผมจะพยายามสืบค้นมาเฉลยให้ทราบกันอีกครั้ง) และพระบรมราโชวาทนั้นจะต้องเป็นดังนี้ (ขออนุญาตใช้การสะกดในสมัยนั้น)

...การจับผู้ร้ายนั้นจะไม่ถือเปนความชอบ เปนแต่นับว่าผู้นั้นได้กระทำการครบถ้วนแก่น่าที่เท่านั้น แต่จะถือเปนความชอบต่อเมื่อได้ปกครองป้องกันเหตุร้ายให้ชีวิตแลทรัพย์สมบัติของข้าแผ่นดินในท้องที่นั้นอยู่เย็นเปนปรกติศุขพอสมควร...

สวัสดีครับผม